IMAX การถ่ายทำภาพยนตร์ความละเอียดสูง

ในปัจจุบันมีภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่มีการฉายในโรงภาพยนตร์ IMAX ภาพยนตร์จอยักษ์ที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมจำนวนมาก ภาพยนตร์เหล่านี้มีการฉายกำจัดเฉพาะโรงภาพยนตร์เท่านั้น นั่นเพราะว่าโรงภาพยนตร์ IMAX นั้นแตกต่างจากโรงภาพยนตร์ทั่วไปเพราะว่าการฉายและจอภาพยนตร์มีขนาดใหญ่และมีความละเอียดสูงมาก แล้วทำไมหนังบางเรื่องต้องฉายใน IMAX แล้วภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วย IMAX แตกต่างอย่างไร

IMAX ย่อมาจากคำว่า Image MAXimum เป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกล้องถ่ายทำที่มีคุณภาพความละเอียดสูงมาก รวมถึงการฉายภาพยนตร์ที่มีจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ซึ่งแตกต่างจากจอภาพยนตร์ทั่วๆไปที่มีสัดส่วนที่ 1.85:1 โดยภาพยนตร์ของ IMAX ที่ฉายนั้นจะมีขนาดจอที่กว้าง 22 เมตร สูง 16.1 เมตร และฉายด้วยหลอดซีนอนขนาด 15 กิโลวัตต์ โรงภาพยนตร์แบบ IMAX กำเนิดขึ้นโดย บริษัท IMAX Corporation ประเทศแคนาดา โดยการฉายภาพยนตร์ที่มีความละเอียดสูงและจอขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่การฉายภาพยนตร์ IMAX นั้นเป็นแนวสารคดี ในปัจจุบันมีการใช้กล้องไอแม็กซ์ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ทั่วไป

กล้องภาพยนตร์ไอแม็กซ์นั้นเป็นกล้องที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 70 มม. ความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาที ขณะที่ภาพยนตร์ทั่วไปส่วนใหญ่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. เนื่องด้วยการถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์นั้นใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ฟิล์ม 70 มม. มีราคาแพง ซึ่งภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะมีการนำมารีมาสเตอร์จาก 35 มม. เป็น 70 มม. ในบางฉาก รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใช้กล้องไอแม็กซ์ในบางฉากเท่านั้น ซึ่งไม่ภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่ถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ทั้งเรื่องเช่น interstellar, transformers the last knight, avatar เป็นต้น

รวมภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิค Lonk Take

อย่างที่กล่าวในบทความก่อนหน้านี้การถ่ายทำภาพยนตร์แบบ Lonk Take ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างมากทั้งในตัวนักแสดงเองรวมถึงทีมงานในการถ่ายทำด้วย มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่ถ่ายด้วย Lonk Take และเป็นการถ่ายทำที่ดีมากๆ ซึ่งในวงการภาพยนตร์นั้นมีเพียงไม่กี่สิบเรื่องที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคนี้และสามารถได้รับคำชมของผู้ชมได้อย่างดีมาก เรามาดูกันว่ามีเรื่องใด ฉากใดบ้าง

Oldboy (2003) ภาพยนตร์แอ็คชั่น – ดราม่า สัญชาติเกาหลีใต้ ผลงานกำกับของ ปาร์ค ชานวุค สำหรับในภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากถ่าย Lonk Take ยาว 2 นาที เป็นฉากนหนึ่งที่พระเอกต่อสู้กับแก๊งอันธพาล โดยฉากดังกล่าวเป็นการถ่ายคล้ายกับเรากำลังเกมต่อสู้ที่ดำเนินไปเรื่อยๆ

ต้มยำกุ้ง (2005) ภาพยนตร์ไทยที่มีการถ่ายเทคนิค Lonk Take นานเกือบ 4 นาที ฉากนี้เป็นฉากที่พระเอกที่รับบทโดย จา พนม บุกข้าไปในเหล่าค้าสัตว์เถื่อนของแก๊งค้าสัตว์ข้ามชาติเพื่อช่วยช้างแสนรักของตนกลับไป เรียกว่าฉากนี้นักแสดงบุกเดี่ยวสู้กับผู้ร้ายกว่า 30 คน ไล่ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุดของตึก

Gravity (2013) ภาพยนตร์ไซไฟ- เอาตัวรอด ซึ่งมีการถ่ายเทคนิค Lonk Take ถึง 2 ฉาก โดยฉากแรกเป็นฉากตอนต้นเรื่องยาวถึง 17 นาที เป็นฉากที่นางเอกต้องเผชิญกับการชนของขยะอวกาศทำให้เธอต้องลอยเคว้งในอวกาศ และฉากที่ 2 เป็นฉากที่เธออยู่ในสถานีอวกาศอีกแห่งหนึ่งโดยเจอกับขยะอวกาศพุ่งชนเช่นกัน

Russian Ark (2002) นี่เป็นภาพยนตร์ถ่ายฉาก Lonk Take ที่ยาวที่สุดในโลกโดยเป็นการถ่ายทำเกือบทั้งเรื่องยาวถึง 87 นาที

Long Take คืออะไร มีความจำเป็นหรือไม่

ในวงการภาพยนตร์นั้นทางผู้สร้างมีเทคนิคต่างๆมากมายในการถ่ายทำภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ซึ่งเทคนิคการถ่ายทำนั้นถือว่ามีความสำคัญและเป็นจุดดึงดูดความน่าสนใจให้แก่ผู้ชมมายาวนาน เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์อีกประเภทหนึ่งก็คือ เทคนิค Long Take เทคนิคการถ่ายทำแบบนี้คือ การถ่ายซีนยาวโดยที่ไม่มีตัดซีนหรือตัดต่อ แต่งเดิมใดๆกับการถ่ายทำ เทคนิค Lonk Take ต้องอาศัยความชำนาญและความแม่นยำของทีมถ่ายทำรวมถึงนักแสดงด้วยซึ่งทั้งสองต้องอาศัยความเข้าใจและองค์ประกอบของการถ่ายทำ ทั้งเรื่องของมุมกล้อง, จุดเคลื่อนไหวของนักแสดงที่ต้องลงตัว Lonk Take เป็นการถ่ายทำโดยตากล้องต้องดำเนินกล้องยาวไปเรื่อยๆหลายนาทีต่อๆกัน โดยไม่มีการตัดฉากออกหรือเรียกว่าคัทซีน การถ่ายทำแบบ Lonk Take ต้องอาศัยความอดทนทั้งตากล้องและนักแสดง เพราะยิ่งถ่ายทำหลายนาที ความยากยิ่งมากขึ้นด้วย

การถ่าย Lonk Take มีความจำเป็นหรือไม่ อันที่จริงเทคนิคการถ่าย Lonk Take ไม่ได้มีในภาพยนตร์ทุกๆเรื่องทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทีมงาน ผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์อีกด้วย แล้วความจำเป็นในการถ่าย Lonk Take จำเป็นถ่ายทำหรือไม่ การถ่าย Lonk Take เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครในภาพยนตร์ให้ดูมีความสมจริงมากขึ้น โดยการถ่ายทำดูเหมือนเป็นการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวละครแบบต่อเนื่องเหมือนกับเรากำลังลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ เดินออกมา แต่งตัว ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตของเราไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการตัดต่อฉากอื่นๆ การถ่าย Lonk Take ถือว่าเป็นเทคนิคภาพยนตร์ที่ค่อนข้างยากและต้องอาศัยความแม่นยำสูง

เทคนิคการถ่ายวีดีโอ

เข้าใจว่าทุกวันนี้การบันทึกความทรงจำของคนเราไม่ใช่แค่ที่สมองเท่านั้นแต่มีเครื่องบันทึกวีดีโอไว้คอยเก็บเวลาประทับใจของเราซึ่งปัจจุบันนี้เชื่อได้ว่าหลายคนต้องมีอย่างโทรศัพท์มือถือเราก็สามารถเก็บบันทึกได้แต่จะทำยังไงให้ถ่ายแล้วออกมาสวยละวันนี้ผมมีวิธีถ่ายวิดีโอมาฝากกันซึ่งขั้นตอนการถ่ายที่เราควรรู้คือ คิดและวางแผนก่อนถ่ายวีดีโอก่อนที่เราจะถ่ายวีดีโอในเหตุการณ์หรืองานอะไรก็แล้วแต่ เราจะต้องคิดและวางแผนก่อนว่า เราต้องการที่จะนำเสนออะไรในวีดีโอของเรา เช่น ผมไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อนๆ ผมต้องการถ่ายวีดีโอที่เก็บบรรยากาศทั้งหมดว่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง มีกิจกรรมอะไรที่ทำบ้าง และบรรยากาศในขณะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราสามารถเขียนออกเป็นรายละเอียด

โฟกัสจุดที่เราสนใจในการถ่ายวีดีโอก่อนที่เราจะกดบันทึกวีดีโอ เราจะต้องรู้ตัวเองดีว่า ในช็อตนี้เราต้องการที่จะถ่ายอะไร เราจะต้องถ่ายให้สำเร็จก่อนที่จะไปถ่ายสิ่งอื่นๆ เช่น ในขณะที่เรากำลังถ่ายเพื่อนของเราในงานรับปริญญาอยู่ เพื่อนของเรากำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อนๆอยู่ ขณะที่เรากำลังถ่ายวีดีโออยู่ มีผู้หญิงสวยคนหนึ่งเดินผ่านเราไป เราจะต้องถ่ายวีดีโอเพื่อนเราให้เสร็จก่อนที่จะหันกล้องไปถ่ายผู้หญิงสวยคนนั้น

ความยาวของวีดีโอในแต่ละช็อตธรรมชาติของคนเราเมื่อดูสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตาของคนเราจะจดจ้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่นิ่งๆได้ไม่นาน เช่น เราดูวีดีโอการบรรยายของวิทยากร ถ้าการถ่ายวีดีโอมีเพียงการถ่ายเฉพาะวิทยากรที่กำลังนั่งบรรยายอยู่ (uncut video) เราดูได้ซักพักก็จะรู้สึกเบื่อ ง่วงนอน นั่นคือธรรมชาติของคนครับเราไม่ควรจะตัดต่อวีดีโอในแต่ละช็อตให้ยาวนานเกินไป ควรจะตัดต่อวีดีโอจากการถ่ายวีดีโอหลายๆมุม เช่น normal view + bird eyes view + worm view และใช้รูปแบบการถ่ายหลายๆรูปแบบ เช่น wide shot + medium shot + close up ผสมผสานกันไป เวลาตัดต่อวีดีโอก็ตัดสลับไปมาระหว่างช็อตต่างๆ

มัลติมีเดียความละเอียดสูง

ระบบส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูงHDMI เป็นระบบที่เป็นดิจิตอลที่จะมาแทนระบบการส่งภาพและเสียงแบบแอนะล็อกระบบส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูงถูกคิดค้นโดยการร่วมมือของฟิลลิปส์, ทอมสัน โซนี่, ฮิตาชิ, พานาโซนิค, โตชิบา และซิลิคอนอิมเมจ เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2549พอร์ตจะรองรับระบบตรวจสอบและป้องกันข้อมูลที่เรียกว่า High-bandwith Digital Content Protection (HDCP) ซึ่งจะใช้เพื่อตรวจสอบมาตรฐานของอุปกรณ์การแสดงผลที่ใช้Standard HDMI Cable รองรับปริมาณข้อมูลในการส่งสัญญาณภาพที่ 1080i และ 720p ได้อย่างราบรื่น เหมาะกับการใช้งานกับพวกกล่องเคเบิลทีวี กล่องดาวเทียม 2.Standard HDMI Cable with Ethernet ความสามารถเหมือนสาย Standard ความสามารถเหมือนสาย Standard แต่เพิ่มเติมการทดสอบให้มากกว่า เพราะสายต้องนำไปใช้ในรถยนต์ซึ่งมีการกวนกันของสัญญาณสูงกว่าการใช้งานตามบ้าน รองรับปริมาณข้อมูลในการส่งสัญญาณภาพได้มากกว่าที่ 1080p ขึ้นไป และรองรับการส่งสัญญาณภาพแบบ 3D 4K และ Deep Color 5.High Speed HDMI Cable with Ethernet ความสามารถเหมือนสาย High Speed แต่เพิ่ม Ethernet Channel เข้ามา จุดเด่นของ HDMIมีความบกพร่องของสัญญาณอย่างน้อยที่สุด นำสัญญาณทั้งหมดมาไว้ในสายเพียงสายเดียว จึงนับว่าเป็นมาตรฐานที่ง่าย สะดวกสามารถปรับระบบต่างๆ โดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสื่อชนิดที่คุณชม/ฟังรองรับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถแสดงผลจากคอมพิวเตอร์สู่ระบบ HDTV ได้ ผ่านพอร์ท DVI..เพิ่มความสะดวดสบายให้แก่ผู้บริโภคเพื่อให้ได้รับความบันเทิง

วีดิทัศน์ตามอุปสงค์

วีดิทัศน์ตามอุปสงค์ หรือ วีโอดี เป็นระบบที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือกรับชมหรือฟังเนื้อหาที่เป็นภาพและ/หรือเสียงเมื่อใดก็ตามที่ต้องการ แทนที่จะต้องรอรับชมเนื้อหาตามตารางเวลาหรือผังรายการที่กำหนดไว้ เทคโนโลยีไอพีทีวีมักได้รับการนำมาใช้เพื่อส่งวีดิทัศน์ตามคำขอเข้าสู่โทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบวีดิทัศน์ตามคำขอทางโทรทัศน์สามารถทำได้ทั้งส่งเนื้อหาอย่างต่อเนื่องผ่านกล่องรับสัญญาณ, คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นเพื่อดูเนื้อหานั้นในเวลาจริง และดาวน์โหลดเนื้อหาสู่อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์, เครื่องบันทึกวีดิทัศน์ดิจิทัล (หรือที่เรียกว่าเครื่องบันทึกวีดิทัศน์ส่วนตัว) หรือเครื่องเล่นสื่อแบบพกพาเพื่อรับชมในเวลาใดก็ได้ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ทางสายเคเบิลและทางสายโทรศัพท์ส่วนใหญ่เสนอบริการวีดิทัศน์ตามคำขอทั้งสองประเภท ซึ่งรวมถึงเนื้อหาฟรีและเนื้อหาที่ต้องจ่ายเมื่อรับชม โทรทัศน์อินเทอร์เน็ตเป็นวีดิทัศน์ตามคำขอรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าถึงวีดิทัศน์ตามคำขอผ่านโปรแกรมประยุกต์ลูกข่ายในคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ได้ด้วยสายการบินบางแห่งให้บริการวีดิทัศน์ตามคำขอเป็นความบันเทิงในเที่ยวบินแก่ผู้โดยสาร โดยให้ผู้โดยสารแต่ละคนเป็นผู้ควบคุมการเล่นเนื้อหาผ่านหน้าจอที่ฝังตัวอยู่ในเบาะที่นั่งหรือที่วางแขน หรือบางแห่งก็ให้บริการผ่านเครื่องเล่นสื่อแบบพกพา บริษัทที่ให้บริการวีดิทัศน์ตามคำขอบางแห่ง มีโครงสร้างธุรกิจขึ้นอยู่กับการสมัครสมาชิกซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนในการเข้าถึงเนื้อหา ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ มีโครงสร้างธุรกิจขึ้นอยู่กับการโฆษณา โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและตัวบริการต้องพึ่งการขายโฆษณาเป็นกระแสรายได้หลัก

อัตราส่วนภาพในภาพยนตร์ที่ควรรู้

เทคโนโลยีภาพยนตร์ อัตราส่วนภาพ

เมื่อได้เปิดหนังดูในเครื่องเล่นดีวีดหรือบูลเรย์ หรือแม้กระทั่งชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เราจะสังเกตว่าความกว้างของจอภาพยนตร์นั้นมีอัตราส่วนที่แตกต่างกัน อัตราส่วนภาพนั้นคืออะไรมีความหมายอย่างไรและจำเป็นในการฉายภาพยนตร์อย่างไร

อัตราส่วนภาพ คือ ส่วนภาพบางส่วนของภาพยนตร์ที่ถูกครอปออกไปเพื่อให้สามารถรับชมได้ตามทีวี จอภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมในการรับชม อัตราส่วนภาพหรือในวงการภาพยนตร์เรียกกันว่า แอสเป็กเรโซของภาพ (Aspect Ratio) จุดเริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1930 โดย โทมัส เอดิสัน เป็นผู้คิดค้นอัตราส่วนภาพเพื่อใช้กับฟิล์ม 70 มม. ในยุคนั้นเมื่อวัดอัตราส่วนได้เป็นสัดส่วนคือ 4:3 นิยมใช้กันมากซึ่งเข้ากับโทรทัศน์ในยุคนั้นอัตราส่วน 4:3 มีการใช้มายาวนานถึง 35 ปี ซึ่งใช้ได้กับวัสดุเครื่องเล่นอย่าง วีดีโอ, วีซีดี เป็นต้น

ต่อมาวงการภาพยนตร์มีการถ่ายทำในอัตราส่วน 2.39:1เป็นอัตราส่วนใช้กับจอภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์ โดยการครอบส่วนภาพด้านล่างออกเมื่อชมในโทรทัศน์ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีขอบดำอยู่ด้านบนและด้านล่างของจอภาพ โดยการฉายในโรงนั้นเป็นอัตราส่วนนี้เนื่องจากจอภาพยนตร์มีลักษณะกว้าง ซึ่งโทรทัศน์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้อัตราส่วน 16:9 ซึ่งภาพยนตร์บางเรื่องถ่ายทำในอัตราส่วนนี้เมื่อนำมาชมบนโทรทัศน์จะเห็นเป็นภาพเต็มจอ แต่จะมีขอบดำนิดหน่อย ซึ่งภาพในอัตราส่วนนี้มีความละเอียดแบบ HD และ Full HD

ต่อมาโรงภาพยนตร์ IMAX มีจอภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่มากและถ่ายทำด้วยกล้องความละเอียดสูงในอัตราส่วน 1.85:1 ซึ่งจอจะมีความสูงกว่า จอภาพยนตร์ของโรงภาพยนตร์ทั่วไป ปัจจุบันส่วนมากภาพยนตร์ที่ฉายตามโรงภาพยนตร์จะฉายในระบบภาพ 2.39:1 ซึ่งเป็นจอกว้าง หรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเอง

ผู้เขียนบท

ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งกว่าจะฉายออกได้นั้นต้องบอกเลยว่าบุคลากรในการทำภาพยนตร์สักเรื่องคงจะขาดตำแหน่งนี้ไม่ได้อย่างแน่นอนกับ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ที่ต้องพูดได้เลยว่า ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่จะผลิตออกมาจะต้องมีผู้เขียนบทไว้อย่างแน่นอน ผู้เขียนบทภาพยนตร์ต้องบอกเลยว่าเป็นคนจะต้องรอบรู้ในทุกเรื่อง จินตนาการเป็นและที่สำคัญมีเครืองเขียนหนึ่งชิ้นและกระดาษหนึ่งแผ่นก็สามารถให้เป็นหนังภาพยนตร์อย่างแน่นอน ตำแหน่งนี้ต้องบอกเลยว่า มีหน้าที่ที่เชียนบทั้งเนื้อเรื่อง เรื่องย่อ รวมไปถึงบทพูดของรักแสดง มีนักเขียนบทหลายคนที่ทำงานเป็น สคริปต์ด็อกเตอร์ คือแก้ไขบทให้เหมาะกับตัวผู้กำกับหรือสตูดิโอ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารสตูดิโออาจบ่นว่า แรงกระตุ้นของตัวละครไม่ชัดเจน หรือบทพูดออกไป นักเขียนบทอาจหางานจากการขายบทคร่าว ๆ (อาจจะราว 10-30 หน้า) หรือเรื่องย่อ (อาจจะราว 1-2 หน้า) หรืออาจขายบททั้งบทภาพยนตร์ แม้ว่าจะยังเขียนไม่เสร็จ แต่อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อยที่นักเขียนบทจะขายบท หนึ่งในวิธีสำคัญ คือการนำความคิดไปขายกับสตูดิโอให้สร้าง คือการใช้นักเขียนบทถูกคนให้ถูกกับโครงการ เพราะโดยมากโครงการส่วนใหญ่ที่ขายให้สตูดิโอมักจะให้นักเขียนบทของตัวเองทำเพื่อให้บทเสร็จสมบูรณ์หรือให้เขียนร่างสุดท้าย ในสหรัฐอเมริกา นักเขียนบทอาชีพเป็นสมาชิกอยู่ในองค์กร อย่างเช่น สมาคมนักเขียนบทฝั่งตะวันออก ซึ่งสมาคมนี้ได้มีการให้รางวัลกับผลงานของนักเขียนบทที่สังกัดอยู่ด้วย นี่เรื่องคือเรื่องส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ต้องบอกเลยว่าครบรสครบถ้วนอย่างแน่นอน สวัสดีครับ

 

 

 

Adobe premiere pro

สวัสดีครับทุกท่านเรื่องในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่แอดมินเคยใช้กับโปรแกรมนี้ไว้ตัดต่อหนังอยู่พอดีเลย ถามว่าใช้มานานหรือยัง ตอบได้ตรงนี้เลยว่านานมากแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสเลยที่จะได้ใช้มันเลยจริง แต่โปรแกรมเป็นที่ยอมรับทุกคนอย่างแน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ใช้งานง่ายซะเหลือเกิน พร้อมด้วยลูกเล่นใหม่ที่ทำให้เหล่านักตัดต่อที่หลงใหลกับโปรแกรม abobe premiere pro  ต้องบอกเลยว่าเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมอยู่แต่โปรแกรมนี้ มีลูกเล่นใหม่เทคโนโลยีใหม่ขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน พร้อมกับการตัดต่อที่ง่ายขึ้นบวกกับการใช้ลูกเล่นและเอ็กเฟ็กต์ที่มากมายจนทำให้เราได้ลงไหลในการตัตต่อเลยทีเดียว ถามว่าผมเคยใช้โปรแกรมนี้ไหมบอกเลยว่า เคยใช้นะครับ แต่ก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่นะครับ คนที่เข่าเป็นมืออาชีพเขาพูดได้เลยว่า เป็นโปรแกรมที่ยอดเยี่ยมากเลยจริงๆนะครับ โปรแกรมนี้สามารถทำให้หนังคุณนั้นโดดเด่นด้วยโปรแกรมนี้ได้ยังแน่นอนนะครับ  นี่เรื่องราวเทคโนโลยีของการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องบอกเลยว่า โปรแกรมการตัดต่อนี้ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์ดีๆออกมาให้เราได้ชมกันนะครับ เรื่องที่นำมาฝากวันนี้ ต้องบอกเลยว่า ได้รับความรู้อย่างแต็มที่แน่นอนรวมไปถึงเรื่องราวของแอดมินที่เคยได้สัมผัสโปรแกรมมามั้งไม่น้อยไปไม่มากไป แน่นอนว่าใครที่เป็นมือใหม่ก็อยากให้ใช้กันกับโปรแกรมตัดต่อตัวนี้ ต้องบอกเลยว่า ใช้งานง่าย ไม่งงไม่สับสนอย่างแน่นอนนะครับ สวัสดีครับ

 

 

ประวัติของภาพยนตร์

ผู้ที่คิดประดิษฐ์ ต้นแบบของภาพยนตร์ขึ้นคือ โทมัส แอลวา เอดิสัน (Thomas Alva Adison) และผู้ร่วมงานของเขาชื่อ วิลเลียม เคนเนดี้ ดิคสัน (William kenady dickson) เมื่อ พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกชื่อว่า “คิเนโตสโคป” (Kinetoscope) มีลักษณะเป็นตู้สูงประมาณ 4 ฟุต มักเรียกชื่อว่า “ถ้ำมอง” มีลักษณะการดูผ่านช่องเล็กๆ ดูได้ที่ละคน ภายในมีฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งถ่ายด้วยกล้องคิเนโตกราฟ (Kenetograph) ที่เอดิสันประดิษฐ์ขึ้นเอง ฟิล์มยาวประมาณ 50 ฟุต วางพาดไปมา เคลื่อนที่เป็นวงรอบ ผ่านช่องที่มีแว่นขยายกับหลอดไฟฟ้าด้วยความเร็ว 48 ภาพต่อวินาที ต่อมาลดลงเหลือ 16 ภาพต่อวินาที ต่อมาพี่น้องตระกูลลูมิแอร์ (Lumiere) ชาวฝรั่งเศสได้พัฒนาภาพยนตร์ถ้ำมองของเอดิสันให้สามารถฉายขึ้นจอขนาดใหญ่ และดูได้พร้อมกันหลายคน เรียกเครื่องฉายภาพยนตร์แบบนี้ว่า แบบ “ซีเนมาโตกราฟ” (Cinimatograph) ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 ต่อมาได้นำออกมาฉายตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2439 เป็นต้นมา ซึ่งคำว่า “ซีเนมา” (Cenema) ได้ใช้เรียกเกี่ยวกับภาพยนตร์มาถึงปัจจุบันภาพยนตร์ที่สามารถฉายภาพให้ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ ได้พัฒนาสมบูรณ์ขึ้นในอเมริกาในปี พ.ศ. 2438 โดยความร่วมมือระหว่างโทมัส อาแมท (Thomas Armat) ซีฟรานซิส เจนกินส์ (C. Francis Jenkins) และเอดิสัน เรียกเครื่องฉายภาพยนตร์ชนิดนี้ว่า ไบโอกราฟ (Bioghraph) ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นภาพยนตร์ได้แพร่หลายไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เกิดอุตสาหกรรมการผลิตจำหน่ายและบริการฉายภาพยนตร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งในประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศสและประเทศอเมริกา ภาพยนตร์ได้กลายเป็นสื่อถ่ายทอดเหตุการณ์ ศิลปการบันเทิงและวรรณกรรมต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางตลอดมา พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ซึ่งในครั้งนั้นได้มีช่างภาพของบริษัทลูมิแอร์ ประเทศฝรั่งเศส บันทึกภาพยนตร์การเสด็จถึงกรุงเบอร์นของพระเจ้ากรุงสยามไว้ 1 ม้วน ใช้เวลาประมาณ 1 นาที นับว่าเป็นการถ่ายภาพยนตร์ม้วนแรกของโลกที่บันทึกเกี่ยวกับชนชาติไทย ภาพยนตร์ในปัจจุบันมีการเผยแพร่อยู่ 4 ทางคือ ฉายตามโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์กลางแปลง และภาพยนตร์เร่ ถ่ายทอดลงแผ่น VCD, DVD และ Blu-ray Disc เผยแพร่ทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต