4K เทคโนโลยีการภาพความละเอียดสูง

ในปัจจุบันการนำเสนอภาพนั้นมีส่วนสำคัญมากไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพยนตร์ที่ในปัจจุบันมีการถ่ายทำความละเอียดสูงเพื่อรองรับระบบในสมาร์ททีวี และบูลเรย์ ซึ่งเป็นภาพระดับความคมชัดสูง แม้ว่าในปัจจุบันความคมชัดของภาพที่ยังคงใช้และยังคงนิยมอยู่ที่ Full HD หรือ 1080p แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีความละเอียดของภาพนั้นเริ่มมีความคมชัดมากขึ้น 4k หรือ Ultra High Definition เป็นพื้นฐานของความละเอียดภาพใหม่ รวมถึงจอภาพ ซึ่งตัว K ย่อมาจาก Kiloเท่ากับ 1000 ซึ่ง 4k ก็มาจาก 4000 นั่นเอง ความละเอียดรูปแบบ 4K นั้นเป็นภาพแบบ Widescreen ที่ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล ซึ่งมากกว่าความละเอียด 1080 พิกเซลหรือ Full HD ถึง 4 เท่า ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในระบบ 4K ทำให้ภาพออกมามีความละเอียดสูงและคมชัดรวมถึงสีที่สดใสสมจริง ซึ่งในปัจจุบันอุตสาหกรรมภาพยนตร์เริ่มใช้การถ่ายทำในรูปแบบนี้มากขึ้น นอกจากนี้แล้วปัจจุบันมีการผลิตทีวี สมาร์โฟนบางรุ่นที่มีหน้าจอและสามารถชมภาพยนตร์ที่มีความละเอียดแบบ 4K หลากหลายยี่ห้อทว่าในปัจจุบันความละเอียดนี้่ยังคงไม่ค่อยนิยมในผู้ใช้มากนัก เนื่องจากสินค้าที่มีราคาค่อนข้างแพงมาก รวมถึงภาพยนตร์ในรูปแบบ 4K ยังผลิตออกมาน้อย ทำให้ปัจจุบันความละเอียดที่ 1080p ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ คาดว่าในอนาคตเทคโนโลยีความละเอียดแบบ 4K จะเริ่มนิยมมากขึ้นและสินค้าจะมีราคาที่ถูกลงเช่นเดียวกับ 1080p ที่ตอนนี้ราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก ทั้งนี้ในอนาคตจะมีความละเอียดของภาพที่สูงกว่าอย่าง 8K หรือ 7680 x 4320 พิกเซล ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการทดสอบกันบ้างแล้ว

ระบบเสียง DOLBY ATMOS

ภาพยนตร์นอกจากมีการถ่ายทำที่ใช้ความละเอียดภาพสูงแล้ว เพื่อให้ได้อรรถรสในการชมของผู้ชมนั้นระบบเสียงก็ได้สิ่งสำคัญของวงการภาพยนตร์ในการถ่ายทำภาพยนตร์นั้นจะมีการบันทึกตัดต่อเสียงต่างๆเพื่อให้เสียงมีความละเอียดมากขึ้น ในสมัยก่อนภาพยนตร์ยังไม่มีใช้การบันทึกเสียง ซึ่งเมื่อนำมาฉายจะมีการใช้เสียงพากย์ทับแทน ต่อมามีการพัฒนาระบบเสียงขึ้นในช่วงแรกเป็นเสียงในรูปแบบ 2.0 ซึ่งเป็นเสียงที่ได้ยินในลำโพง 2 ตัว ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาระบบเสียงเป็นแบบ DOLBY ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น DOLBY 5.1 และ DOLBY 7.1 ซึ่งเป็นระบบเสียงที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งโรงภาพยนตร์ทั่วไปมีการใช้ระบบเสียงแบบ 5.1 ซึ่งเป็นระบบที่ยังคงใช้กันระบบเสียง 5.1 เป็นระบบเสียงที่มีความละเอียดและสามารถได้ยินได้ทุกทิศทางแต่การใช้ระบบเสียง 5.1 นั้นต้องมีลำโพงที่สามารถรองรับระบบเสียงนี้ ทั้งนี้ก็มีการพัฒนาระบบเสียงอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ DOLBY ATMOS เป็นระบบเสียงที่โรงภาพยนตร์ทั่วไปยังไม่มี ซึ่งมีเพียงบางโรงภาพยนตร์เท่านั้นที่มีระบบเสียงนี้

ระบบเสียง DOLBY ATMOS เป็นระบบเสียงมีการกระจายรอบทิศทางมากกว่าระบบ 5.1 และ 7.1 โดยระบบเสียง DOLBY ATMOSนั้นเป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดเสียงในตำแหน่งเดิม และสามารถกระจายเสียงได้รอบทิศทางมากกว่า โดยผู้ชมจะได้ยินเสียงทั้งหน้า – หลัง – ซ้าย – ขวา และด้านบน ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในระบบนี้ ทั้งนี้ก็มีภาพยนตร์จำนวนไม่น้อยที่เริ่มถ่ายทำในระบบนี้บ้างแล้ว และในปัจจุบันระบบเสียงนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น

Avatar 2 ล้ำหน้าถ่ายทำในระบบ 3 มิติแบบไม่ต้องใส่แว่น

จัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่ใช้เทคโนโลยีการถ่ายทำที่ล้ำหน้ากว่าเรื่องอื่นๆแล้วอย่างภาพยนตร์เรื่อง Avatar 2 หนังภาคต่อที่หลายคนรอคอยทั้งนี้นอกจากหนังจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่แล้ว หนังเรื่องนี้ยังเทคโนโลยีในการถ่ายทำที่ก้าวล้ำอนาคตไปอีกนั่นคือ การถ่ายทำในรูปแบบ 3 มิติโดยไม่ต้องใช่แว่นตา จัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่จะบุกเบิกเทคโนโลยีใหม่ในวงการภาพยนตร์ ทั้งนี้จากการเปิดเผยข้อมูลจากผู้กำกับอย่าง เจมส์ คาเมรอน ซึ่งเขาได้เผยว่าในการถ่ายทำระบบ 3 มิติของ  Avatar 2 นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ โดยการถ่ายแบบ 3 มิติซึ่งผู้ชมไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาในการรับชม ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเขาจับมือกับบริษัทผู้พัฒนาภาพ Christie Digital ซึ่งเป็นการใช้ระบบจอแบบ RGB Laser Projection เป็นระบบการฉายภาพยนตร์แบบระบบยิงเลเซอร์ซึ่งเป็นจอภาพยนตร์แบบใหม่ ซึ่งผู้ชมสามารถรับชมภาพยนตร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องสวมแว่นตาสามมิติแต่อย่างใด ทำให้ผู้ชมสัมผัสรูปแบบของภาพยนตร์สามมิติอย่างเต็มตา นอกจากนี้ระบบดังกล่าวยังทำให้ลดปัญหาเวียนหัวและปวดตาจากการสวมแว่นตาด้วย ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในการถ่ายทำระบบนี้ว่าใช้เทคนิคในการถ่ายทำอย่างไรบ้างนั้น แฟนๆคงต้องพิสูจน์กันในวันที่เข้าฉายของภาพยนตร์เรื่องนี้่ในปี 2020 ซึ่งคาดว่าระบบการถ่ายทำนี้จะเป็นก้าวหนึ่งของวงการภาพยนตร์ที่จะก้าวล้ำอนาคตต่อไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีการผลิตทีวีที่สามารถรับชมภาพยนตร์ในรูปแบบสามมิติโดยไม่ต้องสวมแว่นตาก็ได้

IMAX การถ่ายทำภาพยนตร์ความละเอียดสูง

ในปัจจุบันมีภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่มีการฉายในโรงภาพยนตร์ IMAX ภาพยนตร์จอยักษ์ที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมจำนวนมาก ภาพยนตร์เหล่านี้มีการฉายกำจัดเฉพาะโรงภาพยนตร์เท่านั้น นั่นเพราะว่าโรงภาพยนตร์ IMAX นั้นแตกต่างจากโรงภาพยนตร์ทั่วไปเพราะว่าการฉายและจอภาพยนตร์มีขนาดใหญ่และมีความละเอียดสูงมาก แล้วทำไมหนังบางเรื่องต้องฉายใน IMAX แล้วภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วย IMAX แตกต่างอย่างไร

IMAX ย่อมาจากคำว่า Image MAXimum เป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกล้องถ่ายทำที่มีคุณภาพความละเอียดสูงมาก รวมถึงการฉายภาพยนตร์ที่มีจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ซึ่งแตกต่างจากจอภาพยนตร์ทั่วๆไปที่มีสัดส่วนที่ 1.85:1 โดยภาพยนตร์ของ IMAX ที่ฉายนั้นจะมีขนาดจอที่กว้าง 22 เมตร สูง 16.1 เมตร และฉายด้วยหลอดซีนอนขนาด 15 กิโลวัตต์ โรงภาพยนตร์แบบ IMAX กำเนิดขึ้นโดย บริษัท IMAX Corporation ประเทศแคนาดา โดยการฉายภาพยนตร์ที่มีความละเอียดสูงและจอขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่การฉายภาพยนตร์ IMAX นั้นเป็นแนวสารคดี ในปัจจุบันมีการใช้กล้องไอแม็กซ์ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ทั่วไป

กล้องภาพยนตร์ไอแม็กซ์นั้นเป็นกล้องที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 70 มม. ความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาที ขณะที่ภาพยนตร์ทั่วไปส่วนใหญ่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. เนื่องด้วยการถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์นั้นใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ฟิล์ม 70 มม. มีราคาแพง ซึ่งภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะมีการนำมารีมาสเตอร์จาก 35 มม. เป็น 70 มม. ในบางฉาก รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใช้กล้องไอแม็กซ์ในบางฉากเท่านั้น ซึ่งไม่ภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่ถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ทั้งเรื่องเช่น interstellar, transformers the last knight, avatar เป็นต้น

รวมภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิค Lonk Take

อย่างที่กล่าวในบทความก่อนหน้านี้การถ่ายทำภาพยนตร์แบบ Lonk Take ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างมากทั้งในตัวนักแสดงเองรวมถึงทีมงานในการถ่ายทำด้วย มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่ถ่ายด้วย Lonk Take และเป็นการถ่ายทำที่ดีมากๆ ซึ่งในวงการภาพยนตร์นั้นมีเพียงไม่กี่สิบเรื่องที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคนี้และสามารถได้รับคำชมของผู้ชมได้อย่างดีมาก เรามาดูกันว่ามีเรื่องใด ฉากใดบ้าง

Oldboy (2003) ภาพยนตร์แอ็คชั่น – ดราม่า สัญชาติเกาหลีใต้ ผลงานกำกับของ ปาร์ค ชานวุค สำหรับในภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากถ่าย Lonk Take ยาว 2 นาที เป็นฉากนหนึ่งที่พระเอกต่อสู้กับแก๊งอันธพาล โดยฉากดังกล่าวเป็นการถ่ายคล้ายกับเรากำลังเกมต่อสู้ที่ดำเนินไปเรื่อยๆ

ต้มยำกุ้ง (2005) ภาพยนตร์ไทยที่มีการถ่ายเทคนิค Lonk Take นานเกือบ 4 นาที ฉากนี้เป็นฉากที่พระเอกที่รับบทโดย จา พนม บุกข้าไปในเหล่าค้าสัตว์เถื่อนของแก๊งค้าสัตว์ข้ามชาติเพื่อช่วยช้างแสนรักของตนกลับไป เรียกว่าฉากนี้นักแสดงบุกเดี่ยวสู้กับผู้ร้ายกว่า 30 คน ไล่ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุดของตึก

Gravity (2013) ภาพยนตร์ไซไฟ- เอาตัวรอด ซึ่งมีการถ่ายเทคนิค Lonk Take ถึง 2 ฉาก โดยฉากแรกเป็นฉากตอนต้นเรื่องยาวถึง 17 นาที เป็นฉากที่นางเอกต้องเผชิญกับการชนของขยะอวกาศทำให้เธอต้องลอยเคว้งในอวกาศ และฉากที่ 2 เป็นฉากที่เธออยู่ในสถานีอวกาศอีกแห่งหนึ่งโดยเจอกับขยะอวกาศพุ่งชนเช่นกัน

Russian Ark (2002) นี่เป็นภาพยนตร์ถ่ายฉาก Lonk Take ที่ยาวที่สุดในโลกโดยเป็นการถ่ายทำเกือบทั้งเรื่องยาวถึง 87 นาที

Long Take คืออะไร มีความจำเป็นหรือไม่

ในวงการภาพยนตร์นั้นทางผู้สร้างมีเทคนิคต่างๆมากมายในการถ่ายทำภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ซึ่งเทคนิคการถ่ายทำนั้นถือว่ามีความสำคัญและเป็นจุดดึงดูดความน่าสนใจให้แก่ผู้ชมมายาวนาน เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์อีกประเภทหนึ่งก็คือ เทคนิค Long Take เทคนิคการถ่ายทำแบบนี้คือ การถ่ายซีนยาวโดยที่ไม่มีตัดซีนหรือตัดต่อ แต่งเดิมใดๆกับการถ่ายทำ เทคนิค Lonk Take ต้องอาศัยความชำนาญและความแม่นยำของทีมถ่ายทำรวมถึงนักแสดงด้วยซึ่งทั้งสองต้องอาศัยความเข้าใจและองค์ประกอบของการถ่ายทำ ทั้งเรื่องของมุมกล้อง, จุดเคลื่อนไหวของนักแสดงที่ต้องลงตัว Lonk Take เป็นการถ่ายทำโดยตากล้องต้องดำเนินกล้องยาวไปเรื่อยๆหลายนาทีต่อๆกัน โดยไม่มีการตัดฉากออกหรือเรียกว่าคัทซีน การถ่ายทำแบบ Lonk Take ต้องอาศัยความอดทนทั้งตากล้องและนักแสดง เพราะยิ่งถ่ายทำหลายนาที ความยากยิ่งมากขึ้นด้วย

การถ่าย Lonk Take มีความจำเป็นหรือไม่ อันที่จริงเทคนิคการถ่าย Lonk Take ไม่ได้มีในภาพยนตร์ทุกๆเรื่องทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทีมงาน ผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์อีกด้วย แล้วความจำเป็นในการถ่าย Lonk Take จำเป็นถ่ายทำหรือไม่ การถ่าย Lonk Take เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครในภาพยนตร์ให้ดูมีความสมจริงมากขึ้น โดยการถ่ายทำดูเหมือนเป็นการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวละครแบบต่อเนื่องเหมือนกับเรากำลังลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ เดินออกมา แต่งตัว ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตของเราไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการตัดต่อฉากอื่นๆ การถ่าย Lonk Take ถือว่าเป็นเทคนิคภาพยนตร์ที่ค่อนข้างยากและต้องอาศัยความแม่นยำสูง

เทคนิคการถ่ายวีดีโอ

เข้าใจว่าทุกวันนี้การบันทึกความทรงจำของคนเราไม่ใช่แค่ที่สมองเท่านั้นแต่มีเครื่องบันทึกวีดีโอไว้คอยเก็บเวลาประทับใจของเราซึ่งปัจจุบันนี้เชื่อได้ว่าหลายคนต้องมีอย่างโทรศัพท์มือถือเราก็สามารถเก็บบันทึกได้แต่จะทำยังไงให้ถ่ายแล้วออกมาสวยละวันนี้ผมมีวิธีถ่ายวิดีโอมาฝากกันซึ่งขั้นตอนการถ่ายที่เราควรรู้คือ คิดและวางแผนก่อนถ่ายวีดีโอก่อนที่เราจะถ่ายวีดีโอในเหตุการณ์หรืองานอะไรก็แล้วแต่ เราจะต้องคิดและวางแผนก่อนว่า เราต้องการที่จะนำเสนออะไรในวีดีโอของเรา เช่น ผมไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อนๆ ผมต้องการถ่ายวีดีโอที่เก็บบรรยากาศทั้งหมดว่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง มีกิจกรรมอะไรที่ทำบ้าง และบรรยากาศในขณะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราสามารถเขียนออกเป็นรายละเอียด

โฟกัสจุดที่เราสนใจในการถ่ายวีดีโอก่อนที่เราจะกดบันทึกวีดีโอ เราจะต้องรู้ตัวเองดีว่า ในช็อตนี้เราต้องการที่จะถ่ายอะไร เราจะต้องถ่ายให้สำเร็จก่อนที่จะไปถ่ายสิ่งอื่นๆ เช่น ในขณะที่เรากำลังถ่ายเพื่อนของเราในงานรับปริญญาอยู่ เพื่อนของเรากำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อนๆอยู่ ขณะที่เรากำลังถ่ายวีดีโออยู่ มีผู้หญิงสวยคนหนึ่งเดินผ่านเราไป เราจะต้องถ่ายวีดีโอเพื่อนเราให้เสร็จก่อนที่จะหันกล้องไปถ่ายผู้หญิงสวยคนนั้น

ความยาวของวีดีโอในแต่ละช็อตธรรมชาติของคนเราเมื่อดูสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตาของคนเราจะจดจ้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่นิ่งๆได้ไม่นาน เช่น เราดูวีดีโอการบรรยายของวิทยากร ถ้าการถ่ายวีดีโอมีเพียงการถ่ายเฉพาะวิทยากรที่กำลังนั่งบรรยายอยู่ (uncut video) เราดูได้ซักพักก็จะรู้สึกเบื่อ ง่วงนอน นั่นคือธรรมชาติของคนครับเราไม่ควรจะตัดต่อวีดีโอในแต่ละช็อตให้ยาวนานเกินไป ควรจะตัดต่อวีดีโอจากการถ่ายวีดีโอหลายๆมุม เช่น normal view + bird eyes view + worm view และใช้รูปแบบการถ่ายหลายๆรูปแบบ เช่น wide shot + medium shot + close up ผสมผสานกันไป เวลาตัดต่อวีดีโอก็ตัดสลับไปมาระหว่างช็อตต่างๆ

มัลติมีเดียความละเอียดสูง

ระบบส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูงHDMI เป็นระบบที่เป็นดิจิตอลที่จะมาแทนระบบการส่งภาพและเสียงแบบแอนะล็อกระบบส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูงถูกคิดค้นโดยการร่วมมือของฟิลลิปส์, ทอมสัน โซนี่, ฮิตาชิ, พานาโซนิค, โตชิบา และซิลิคอนอิมเมจ เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2549พอร์ตจะรองรับระบบตรวจสอบและป้องกันข้อมูลที่เรียกว่า High-bandwith Digital Content Protection (HDCP) ซึ่งจะใช้เพื่อตรวจสอบมาตรฐานของอุปกรณ์การแสดงผลที่ใช้Standard HDMI Cable รองรับปริมาณข้อมูลในการส่งสัญญาณภาพที่ 1080i และ 720p ได้อย่างราบรื่น เหมาะกับการใช้งานกับพวกกล่องเคเบิลทีวี กล่องดาวเทียม 2.Standard HDMI Cable with Ethernet ความสามารถเหมือนสาย Standard ความสามารถเหมือนสาย Standard แต่เพิ่มเติมการทดสอบให้มากกว่า เพราะสายต้องนำไปใช้ในรถยนต์ซึ่งมีการกวนกันของสัญญาณสูงกว่าการใช้งานตามบ้าน รองรับปริมาณข้อมูลในการส่งสัญญาณภาพได้มากกว่าที่ 1080p ขึ้นไป และรองรับการส่งสัญญาณภาพแบบ 3D 4K และ Deep Color 5.High Speed HDMI Cable with Ethernet ความสามารถเหมือนสาย High Speed แต่เพิ่ม Ethernet Channel เข้ามา จุดเด่นของ HDMIมีความบกพร่องของสัญญาณอย่างน้อยที่สุด นำสัญญาณทั้งหมดมาไว้ในสายเพียงสายเดียว จึงนับว่าเป็นมาตรฐานที่ง่าย สะดวกสามารถปรับระบบต่างๆ โดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสื่อชนิดที่คุณชม/ฟังรองรับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถแสดงผลจากคอมพิวเตอร์สู่ระบบ HDTV ได้ ผ่านพอร์ท DVI..เพิ่มความสะดวดสบายให้แก่ผู้บริโภคเพื่อให้ได้รับความบันเทิง

วีดิทัศน์ตามอุปสงค์

วีดิทัศน์ตามอุปสงค์ หรือ วีโอดี เป็นระบบที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือกรับชมหรือฟังเนื้อหาที่เป็นภาพและ/หรือเสียงเมื่อใดก็ตามที่ต้องการ แทนที่จะต้องรอรับชมเนื้อหาตามตารางเวลาหรือผังรายการที่กำหนดไว้ เทคโนโลยีไอพีทีวีมักได้รับการนำมาใช้เพื่อส่งวีดิทัศน์ตามคำขอเข้าสู่โทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบวีดิทัศน์ตามคำขอทางโทรทัศน์สามารถทำได้ทั้งส่งเนื้อหาอย่างต่อเนื่องผ่านกล่องรับสัญญาณ, คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นเพื่อดูเนื้อหานั้นในเวลาจริง และดาวน์โหลดเนื้อหาสู่อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์, เครื่องบันทึกวีดิทัศน์ดิจิทัล (หรือที่เรียกว่าเครื่องบันทึกวีดิทัศน์ส่วนตัว) หรือเครื่องเล่นสื่อแบบพกพาเพื่อรับชมในเวลาใดก็ได้ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ทางสายเคเบิลและทางสายโทรศัพท์ส่วนใหญ่เสนอบริการวีดิทัศน์ตามคำขอทั้งสองประเภท ซึ่งรวมถึงเนื้อหาฟรีและเนื้อหาที่ต้องจ่ายเมื่อรับชม โทรทัศน์อินเทอร์เน็ตเป็นวีดิทัศน์ตามคำขอรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าถึงวีดิทัศน์ตามคำขอผ่านโปรแกรมประยุกต์ลูกข่ายในคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ได้ด้วยสายการบินบางแห่งให้บริการวีดิทัศน์ตามคำขอเป็นความบันเทิงในเที่ยวบินแก่ผู้โดยสาร โดยให้ผู้โดยสารแต่ละคนเป็นผู้ควบคุมการเล่นเนื้อหาผ่านหน้าจอที่ฝังตัวอยู่ในเบาะที่นั่งหรือที่วางแขน หรือบางแห่งก็ให้บริการผ่านเครื่องเล่นสื่อแบบพกพา บริษัทที่ให้บริการวีดิทัศน์ตามคำขอบางแห่ง มีโครงสร้างธุรกิจขึ้นอยู่กับการสมัครสมาชิกซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนในการเข้าถึงเนื้อหา ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ มีโครงสร้างธุรกิจขึ้นอยู่กับการโฆษณา โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและตัวบริการต้องพึ่งการขายโฆษณาเป็นกระแสรายได้หลัก

อัตราส่วนภาพในภาพยนตร์ที่ควรรู้

เทคโนโลยีภาพยนตร์ อัตราส่วนภาพ

เมื่อได้เปิดหนังดูในเครื่องเล่นดีวีดหรือบูลเรย์ หรือแม้กระทั่งชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เราจะสังเกตว่าความกว้างของจอภาพยนตร์นั้นมีอัตราส่วนที่แตกต่างกัน อัตราส่วนภาพนั้นคืออะไรมีความหมายอย่างไรและจำเป็นในการฉายภาพยนตร์อย่างไร

อัตราส่วนภาพ คือ ส่วนภาพบางส่วนของภาพยนตร์ที่ถูกครอปออกไปเพื่อให้สามารถรับชมได้ตามทีวี จอภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมในการรับชม อัตราส่วนภาพหรือในวงการภาพยนตร์เรียกกันว่า แอสเป็กเรโซของภาพ (Aspect Ratio) จุดเริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1930 โดย โทมัส เอดิสัน เป็นผู้คิดค้นอัตราส่วนภาพเพื่อใช้กับฟิล์ม 70 มม. ในยุคนั้นเมื่อวัดอัตราส่วนได้เป็นสัดส่วนคือ 4:3 นิยมใช้กันมากซึ่งเข้ากับโทรทัศน์ในยุคนั้นอัตราส่วน 4:3 มีการใช้มายาวนานถึง 35 ปี ซึ่งใช้ได้กับวัสดุเครื่องเล่นอย่าง วีดีโอ, วีซีดี เป็นต้น

ต่อมาวงการภาพยนตร์มีการถ่ายทำในอัตราส่วน 2.39:1เป็นอัตราส่วนใช้กับจอภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์ โดยการครอบส่วนภาพด้านล่างออกเมื่อชมในโทรทัศน์ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีขอบดำอยู่ด้านบนและด้านล่างของจอภาพ โดยการฉายในโรงนั้นเป็นอัตราส่วนนี้เนื่องจากจอภาพยนตร์มีลักษณะกว้าง ซึ่งโทรทัศน์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้อัตราส่วน 16:9 ซึ่งภาพยนตร์บางเรื่องถ่ายทำในอัตราส่วนนี้เมื่อนำมาชมบนโทรทัศน์จะเห็นเป็นภาพเต็มจอ แต่จะมีขอบดำนิดหน่อย ซึ่งภาพในอัตราส่วนนี้มีความละเอียดแบบ HD และ Full HD

ต่อมาโรงภาพยนตร์ IMAX มีจอภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่มากและถ่ายทำด้วยกล้องความละเอียดสูงในอัตราส่วน 1.85:1 ซึ่งจอจะมีความสูงกว่า จอภาพยนตร์ของโรงภาพยนตร์ทั่วไป ปัจจุบันส่วนมากภาพยนตร์ที่ฉายตามโรงภาพยนตร์จะฉายในระบบภาพ 2.39:1 ซึ่งเป็นจอกว้าง หรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเอง