อนาคตหนังไทยไปไกลหรือหยุดกับที่

หนังไทยมีมากมายหลายประเภทในปัจจุบันทั้ง ตลก, โรแมนติก, ดราม่า, สยองขวัญ แต่ว่าประเภทดังกล่าวนั้นมักจะมีพล็อตเรื่องที่ซ้ำๆซากๆ หนังไทยในสมัยก่อนเคยผ่านช่วงที่รุ่งเรืองมาแล้วและผ่านช่วงที่วิกฤต ตกต่ำที่สุดมาแล้วแต่ว่าหนังก็สามารถเดินหน้าจนสามารถก้าวสู่จุดตกต่ำมาแล้วจนกลายเป็นยุคที่รุ่งเรืองกลับมาอีกครั้ง จนหนังไทยสามารถขยับขึ้นมาก้าวในระดับเอเชียมากขึ้นและสามารถแข่งขันกับตลาดหนังเอเชียได้ในสมัยนั้น เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน หนังไทยบ้างเรื่องจัดว่าได้รับความนิยมมากในต่างประเทศอีกด้วย แต่ทว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ดูเหมือนว่าหนังไทยกำลังเข้าสู่ยุคตกต่ำอีกครั้ง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างมากต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเช่น ฮ่องกง, เกาหลีใต้ และ จีนนั้นก้าวกระโดดต่อวงการนี้อย่างมาก แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุของภาวะหนังไทยกำลังถดถอย หากหันมามองที่ตลาดบ้านตัวเอง แม้ในปีหนึ่งๆ จะมีหนังไทยใหม่ๆ เข้าฉาย ที่โรงภาพยนตร์มากถึง 50 เรื่อง แต่ตลาดอุตสาหกรรมหนังในประเทศกลับค่อนข้างน่าเป็นห่วงทั้งเรื่องการลงทุนก็ดี แม้หนังจะเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์เยอะ แต่หนังกว่าครึ่งหนึ่ง ที่ถูกสร้างกลับขาดทุน ปัจจุบันหนังไทยคุณภาพที่ออกฉายนั้นมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการลงทุนของผู้สร้างหนังด้วยหากหนังออกแนวแฟนตาซีใช้เทคนิคพิเศษด้านภาพเข้ามาด้วยนั้น ทำให้ต้องมีการลงทุนสูงตามไปด้วยทั้งนี้ทางผู้ผลิตและผู้สร้างต้องคำนึงถึงรายได้ที่เข้ามาด้วย แน่นอนว่าคนไทยหันไปสนใจหนังฮอลลีวู้ด หรือ หนังจากประเทศแถบเอเชีย เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น มากขึ้นเนื่องจากมีเงินลงทุนรวมถึงมีพล็อตเรื่องที่น่าสนใจแปลกใหม่ เมื่อเทียบกับหนังไทยสมัยก่อนที่มีพล็อตที่น่าสนใจเช่น ชัตเตอร์, 13 เกมสยอง, บอดี้ศพ19, องค์บาก, ต้มยำกุ้ง ซึ่งมีพล็อตเรื่องที่แปลกใหม่และเลียนแบบไม่ได้ ปัจจุบันหนังไทยที่ประสบความสำเร็จมีเพียงไม่กี่เรื่อง เช่นในปี พ.ศ.2560 อย่างเรื่อง ฉลาดเกมโกง ที่ได้รับการตอบรับของผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย นอกจากนี้ยังรวมถึงหนังผีบ้านเราสามารถขายได้เรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนังผีมีพล็อตเรื่องเป็นสากลที่คนดูไม่ว่าชาติไหนๆ ดูแล้วเข้าใจ สำหรับหนังตลกนั้นดูเหมือนผู้สร้างนั้นขายแต่ความหยาบคายมากเกินไป บางเรื่องส่งผลต่อเด็กให้เลียนแบบด้วย เราลองมาดูหนังตลกต่างประเทศที่มีมุกตลกที่ดูมีศิลปะมากกว่าและสามารถสื่อถึงคนดูได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคำหยาบคายเลย และผู้กำกับหนังไทยบางคนก็ออกมาเผยว่า บุคลากรไทยนั้นหันไปทำงานร่วมกับต่างประเทศกันหมดอาจเพราะว่ามีความคิดที่เสรีกว่าในไทย และเชื่อว่าในอนาคตหนังไทยอาจหายไปจากสังคัมไทย