รวมเทคนิคการถ่ายวิดีโอด้วย iPhone

iPhone สมาร์ทโฟนยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก iPhone จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่กล้องมีคุณภาพสูงเหมาะสมกับราคาของมันนั่นแหละนอกจากนี้แล้วยังจัดว่าใช้งานการถ่ายวีดีโอได้อย่างสวยงามด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการถ่ายวีดีโอของแต่ละบุคคลด้วย iPhone รุ่นใหม่ ๆ ก็จะยิ่งมีความสามารถมากขึ้น งานที่ออกมาก็เทียบเท่ากับการใช้กล้องแพง ๆ แม้ว่าอาจเทียบได้ไม่มากเท่าใดแต่หากทราบเทคนิคการถ่ายทำล่ะก็ จะทำให้วีดีโอของคุณดูโปรไปเลย แล้วหากทราบเทคนิคการถ่ายทำ การใช้งาน iPhone ก็ถือว่าคุ้มค่าที่เสียเงินซื้อแล้วอย่างมากทีเดียว ทั้งนี้ฟังก์ชั่นการใช้งาน iPhone นั้นก็มีจำนวน 3 แบบสำหรับ iPhone รุ่นใหม่ คือ แบบปกติ คือการถ่ายแบบปกติทั่วไป ทั้งนี้ความละเอียดก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของมันด้วยซึ่งรุ่นที่จะรองรับการถ่ายความชัดสูงสุดที่ 4K  ตั้งแต่รุ่น iPhone 6 ขึ้นไป, แบบสโลว์โมชั่น เปรียบเสมือนการถ่ายวีดีโอที่ความเร็ว 240 ภาพต่อวินาที จากนั้นนำมายืดออก ดังนั้นภาพที่ได้จะเป็นภาพเคลื่อนไหวที่ช้าลงซึ่งก็มีในรุ่น iPhone 6 ขึ้นไปด้วย สำหรับฟังก์ชั่นแบบสโลว์โมชั่นนั้นก็มีในสมาร์ทโฟนหลายรุ่น หลายค่าย นอกเหนือจาก iPhone เช่นกัน แบบไทม์แลปส์ เป็นการถ่ายวิดีโอนาน ๆ แล้วนำมาเร่งความเร็ว ซึ่งในส่วนนี้ iPhone จะปรับให้เองอย่างฉลาด ให้เหลือประมาณ 20-40 (ไม่ว่าเราจะถ่าย 10 นาที หรือ 2 ชั่วโมงก็ตาม) ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่คนจะดูวิดีโอของเราจนจบโดยไม่กดข้าม

สำหรับการเลือกถ่ายทำแบบภาพยนตร์นั้นควรเลือกการถ่ายแบบ 30FPS ซึ่งทำให้ดูความเป็นภาพยนตร์สูง เหมาะแก่การถ่ายแบบอิริยบททั่วไป ข้อดีของการถ่าย 30FPS นั้นคือมีไฟล์ขนาดเล็กและให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวได้ดี และอีกแบบคือการเลือกถ่ายแบบ 60FPS หรือ 60 เฟรมต่อ 1 วินาที การถ่ายแบบนี้คือให้ภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวเร็วเช่น การวิ่ง, ถ่ายภาพกีฬา เป็นต้น

อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมักมองข้ามก็คือท่าทางการถ่ายภาพ ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องระลึกไว้เสมอเลยว่า ห้ามถ่ายแนวตั้งเป็นอันขาด เพราะจอภาพไม่ว่าจะยังไงก็ตามจะดูแนวนอนเสมอ ทั้งนี้การถ่ายแบบแนวตั้งนั้นส่วนใหญ่คือการถ่ายตัวเองมากกว่า หากต้องการนำวีดีโอไปใช้ประโยชน์ควรถ่ายแบบแนวนอนดีที่สุด การเลือกมุมมองในการถ่ายก็เป็นส่วนสำคัญซึ่งมุมมองถ่ายนั้นก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคนเพื่อให้วีดีโอออกมาน่าสนใจมากที่สุด นอกจากนี้แล้วอาจต้องคำนึงถึงเรื่องของแสงอีกด้วย AE และ AF Lock ก็เป็นส่วนสำคัญหากว่าเราชำนาญในการเลือกจุดโฟกัสภาพแล้ว การเปิด AE และ AF Lock ช่วยให้เราสามารถปรับจุดโฟกัสได้ตามต้องการ นอกจากนี้การใช้แอปตัดต่อวีดีโอก็เป็นส่วนสำคัญซึ่งสามารถปรับแต่งภาพและสีตามต้องการด้วย

4K เทคโนโลยีการภาพความละเอียดสูง

ในปัจจุบันการนำเสนอภาพนั้นมีส่วนสำคัญมากไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพยนตร์ที่ในปัจจุบันมีการถ่ายทำความละเอียดสูงเพื่อรองรับระบบในสมาร์ททีวี และบูลเรย์ ซึ่งเป็นภาพระดับความคมชัดสูง แม้ว่าในปัจจุบันความคมชัดของภาพที่ยังคงใช้และยังคงนิยมอยู่ที่ Full HD หรือ 1080p แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีความละเอียดของภาพนั้นเริ่มมีความคมชัดมากขึ้น 4k หรือ Ultra High Definition เป็นพื้นฐานของความละเอียดภาพใหม่ รวมถึงจอภาพ ซึ่งตัว K ย่อมาจาก Kiloเท่ากับ 1000 ซึ่ง 4k ก็มาจาก 4000 นั่นเอง ความละเอียดรูปแบบ 4K นั้นเป็นภาพแบบ Widescreen ที่ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล ซึ่งมากกว่าความละเอียด 1080 พิกเซลหรือ Full HD ถึง 4 เท่า ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในระบบ 4K ทำให้ภาพออกมามีความละเอียดสูงและคมชัดรวมถึงสีที่สดใสสมจริง ซึ่งในปัจจุบันอุตสาหกรรมภาพยนตร์เริ่มใช้การถ่ายทำในรูปแบบนี้มากขึ้น นอกจากนี้แล้วปัจจุบันมีการผลิตทีวี สมาร์โฟนบางรุ่นที่มีหน้าจอและสามารถชมภาพยนตร์ที่มีความละเอียดแบบ 4K หลากหลายยี่ห้อทว่าในปัจจุบันความละเอียดนี้่ยังคงไม่ค่อยนิยมในผู้ใช้มากนัก เนื่องจากสินค้าที่มีราคาค่อนข้างแพงมาก รวมถึงภาพยนตร์ในรูปแบบ 4K ยังผลิตออกมาน้อย ทำให้ปัจจุบันความละเอียดที่ 1080p ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ คาดว่าในอนาคตเทคโนโลยีความละเอียดแบบ 4K จะเริ่มนิยมมากขึ้นและสินค้าจะมีราคาที่ถูกลงเช่นเดียวกับ 1080p ที่ตอนนี้ราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก ทั้งนี้ในอนาคตจะมีความละเอียดของภาพที่สูงกว่าอย่าง 8K หรือ 7680 x 4320 พิกเซล ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการทดสอบกันบ้างแล้ว

Long Take คืออะไร มีความจำเป็นหรือไม่

ในวงการภาพยนตร์นั้นทางผู้สร้างมีเทคนิคต่างๆมากมายในการถ่ายทำภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ซึ่งเทคนิคการถ่ายทำนั้นถือว่ามีความสำคัญและเป็นจุดดึงดูดความน่าสนใจให้แก่ผู้ชมมายาวนาน เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์อีกประเภทหนึ่งก็คือ เทคนิค Long Take เทคนิคการถ่ายทำแบบนี้คือ การถ่ายซีนยาวโดยที่ไม่มีตัดซีนหรือตัดต่อ แต่งเดิมใดๆกับการถ่ายทำ เทคนิค Lonk Take ต้องอาศัยความชำนาญและความแม่นยำของทีมถ่ายทำรวมถึงนักแสดงด้วยซึ่งทั้งสองต้องอาศัยความเข้าใจและองค์ประกอบของการถ่ายทำ ทั้งเรื่องของมุมกล้อง, จุดเคลื่อนไหวของนักแสดงที่ต้องลงตัว Lonk Take เป็นการถ่ายทำโดยตากล้องต้องดำเนินกล้องยาวไปเรื่อยๆหลายนาทีต่อๆกัน โดยไม่มีการตัดฉากออกหรือเรียกว่าคัทซีน การถ่ายทำแบบ Lonk Take ต้องอาศัยความอดทนทั้งตากล้องและนักแสดง เพราะยิ่งถ่ายทำหลายนาที ความยากยิ่งมากขึ้นด้วย

การถ่าย Lonk Take มีความจำเป็นหรือไม่ อันที่จริงเทคนิคการถ่าย Lonk Take ไม่ได้มีในภาพยนตร์ทุกๆเรื่องทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทีมงาน ผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์อีกด้วย แล้วความจำเป็นในการถ่าย Lonk Take จำเป็นถ่ายทำหรือไม่ การถ่าย Lonk Take เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครในภาพยนตร์ให้ดูมีความสมจริงมากขึ้น โดยการถ่ายทำดูเหมือนเป็นการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวละครแบบต่อเนื่องเหมือนกับเรากำลังลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ เดินออกมา แต่งตัว ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตของเราไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการตัดต่อฉากอื่นๆ การถ่าย Lonk Take ถือว่าเป็นเทคนิคภาพยนตร์ที่ค่อนข้างยากและต้องอาศัยความแม่นยำสูง

เทคนิคการถ่ายวีดีโอ

เข้าใจว่าทุกวันนี้การบันทึกความทรงจำของคนเราไม่ใช่แค่ที่สมองเท่านั้นแต่มีเครื่องบันทึกวีดีโอไว้คอยเก็บเวลาประทับใจของเราซึ่งปัจจุบันนี้เชื่อได้ว่าหลายคนต้องมีอย่างโทรศัพท์มือถือเราก็สามารถเก็บบันทึกได้แต่จะทำยังไงให้ถ่ายแล้วออกมาสวยละวันนี้ผมมีวิธีถ่ายวิดีโอมาฝากกันซึ่งขั้นตอนการถ่ายที่เราควรรู้คือ คิดและวางแผนก่อนถ่ายวีดีโอก่อนที่เราจะถ่ายวีดีโอในเหตุการณ์หรืองานอะไรก็แล้วแต่ เราจะต้องคิดและวางแผนก่อนว่า เราต้องการที่จะนำเสนออะไรในวีดีโอของเรา เช่น ผมไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อนๆ ผมต้องการถ่ายวีดีโอที่เก็บบรรยากาศทั้งหมดว่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง มีกิจกรรมอะไรที่ทำบ้าง และบรรยากาศในขณะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราสามารถเขียนออกเป็นรายละเอียด

โฟกัสจุดที่เราสนใจในการถ่ายวีดีโอก่อนที่เราจะกดบันทึกวีดีโอ เราจะต้องรู้ตัวเองดีว่า ในช็อตนี้เราต้องการที่จะถ่ายอะไร เราจะต้องถ่ายให้สำเร็จก่อนที่จะไปถ่ายสิ่งอื่นๆ เช่น ในขณะที่เรากำลังถ่ายเพื่อนของเราในงานรับปริญญาอยู่ เพื่อนของเรากำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อนๆอยู่ ขณะที่เรากำลังถ่ายวีดีโออยู่ มีผู้หญิงสวยคนหนึ่งเดินผ่านเราไป เราจะต้องถ่ายวีดีโอเพื่อนเราให้เสร็จก่อนที่จะหันกล้องไปถ่ายผู้หญิงสวยคนนั้น

ความยาวของวีดีโอในแต่ละช็อตธรรมชาติของคนเราเมื่อดูสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตาของคนเราจะจดจ้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่นิ่งๆได้ไม่นาน เช่น เราดูวีดีโอการบรรยายของวิทยากร ถ้าการถ่ายวีดีโอมีเพียงการถ่ายเฉพาะวิทยากรที่กำลังนั่งบรรยายอยู่ (uncut video) เราดูได้ซักพักก็จะรู้สึกเบื่อ ง่วงนอน นั่นคือธรรมชาติของคนครับเราไม่ควรจะตัดต่อวีดีโอในแต่ละช็อตให้ยาวนานเกินไป ควรจะตัดต่อวีดีโอจากการถ่ายวีดีโอหลายๆมุม เช่น normal view + bird eyes view + worm view และใช้รูปแบบการถ่ายหลายๆรูปแบบ เช่น wide shot + medium shot + close up ผสมผสานกันไป เวลาตัดต่อวีดีโอก็ตัดสลับไปมาระหว่างช็อตต่างๆ