ผู้เขียนบท

ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งกว่าจะฉายออกได้นั้นต้องบอกเลยว่าบุคลากรในการทำภาพยนตร์สักเรื่องคงจะขาดตำแหน่งนี้ไม่ได้อย่างแน่นอนกับ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ที่ต้องพูดได้เลยว่า ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่จะผลิตออกมาจะต้องมีผู้เขียนบทไว้อย่างแน่นอน ผู้เขียนบทภาพยนตร์ต้องบอกเลยว่าเป็นคนจะต้องรอบรู้ในทุกเรื่อง จินตนาการเป็นและที่สำคัญมีเครืองเขียนหนึ่งชิ้นและกระดาษหนึ่งแผ่นก็สามารถให้เป็นหนังภาพยนตร์อย่างแน่นอน ตำแหน่งนี้ต้องบอกเลยว่า มีหน้าที่ที่เชียนบทั้งเนื้อเรื่อง เรื่องย่อ รวมไปถึงบทพูดของรักแสดง มีนักเขียนบทหลายคนที่ทำงานเป็น สคริปต์ด็อกเตอร์ คือแก้ไขบทให้เหมาะกับตัวผู้กำกับหรือสตูดิโอ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารสตูดิโออาจบ่นว่า แรงกระตุ้นของตัวละครไม่ชัดเจน หรือบทพูดออกไป นักเขียนบทอาจหางานจากการขายบทคร่าว ๆ (อาจจะราว 10-30 หน้า) หรือเรื่องย่อ (อาจจะราว 1-2 หน้า) หรืออาจขายบททั้งบทภาพยนตร์ แม้ว่าจะยังเขียนไม่เสร็จ แต่อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อยที่นักเขียนบทจะขายบท หนึ่งในวิธีสำคัญ คือการนำความคิดไปขายกับสตูดิโอให้สร้าง คือการใช้นักเขียนบทถูกคนให้ถูกกับโครงการ เพราะโดยมากโครงการส่วนใหญ่ที่ขายให้สตูดิโอมักจะให้นักเขียนบทของตัวเองทำเพื่อให้บทเสร็จสมบูรณ์หรือให้เขียนร่างสุดท้าย ในสหรัฐอเมริกา นักเขียนบทอาชีพเป็นสมาชิกอยู่ในองค์กร อย่างเช่น สมาคมนักเขียนบทฝั่งตะวันออก ซึ่งสมาคมนี้ได้มีการให้รางวัลกับผลงานของนักเขียนบทที่สังกัดอยู่ด้วย นี่เรื่องคือเรื่องส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ต้องบอกเลยว่าครบรสครบถ้วนอย่างแน่นอน สวัสดีครับ

 

 

 

Adobe premiere pro

สวัสดีครับทุกท่านเรื่องในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่แอดมินเคยใช้กับโปรแกรมนี้ไว้ตัดต่อหนังอยู่พอดีเลย ถามว่าใช้มานานหรือยัง ตอบได้ตรงนี้เลยว่านานมากแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสเลยที่จะได้ใช้มันเลยจริง แต่โปรแกรมเป็นที่ยอมรับทุกคนอย่างแน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ใช้งานง่ายซะเหลือเกิน พร้อมด้วยลูกเล่นใหม่ที่ทำให้เหล่านักตัดต่อที่หลงใหลกับโปรแกรม abobe premiere pro  ต้องบอกเลยว่าเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมอยู่แต่โปรแกรมนี้ มีลูกเล่นใหม่เทคโนโลยีใหม่ขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน พร้อมกับการตัดต่อที่ง่ายขึ้นบวกกับการใช้ลูกเล่นและเอ็กเฟ็กต์ที่มากมายจนทำให้เราได้ลงไหลในการตัตต่อเลยทีเดียว ถามว่าผมเคยใช้โปรแกรมนี้ไหมบอกเลยว่า เคยใช้นะครับ แต่ก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่นะครับ คนที่เข่าเป็นมืออาชีพเขาพูดได้เลยว่า เป็นโปรแกรมที่ยอดเยี่ยมากเลยจริงๆนะครับ โปรแกรมนี้สามารถทำให้หนังคุณนั้นโดดเด่นด้วยโปรแกรมนี้ได้ยังแน่นอนนะครับ  นี่เรื่องราวเทคโนโลยีของการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องบอกเลยว่า โปรแกรมการตัดต่อนี้ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์ดีๆออกมาให้เราได้ชมกันนะครับ เรื่องที่นำมาฝากวันนี้ ต้องบอกเลยว่า ได้รับความรู้อย่างแต็มที่แน่นอนรวมไปถึงเรื่องราวของแอดมินที่เคยได้สัมผัสโปรแกรมมามั้งไม่น้อยไปไม่มากไป แน่นอนว่าใครที่เป็นมือใหม่ก็อยากให้ใช้กันกับโปรแกรมตัดต่อตัวนี้ ต้องบอกเลยว่า ใช้งานง่าย ไม่งงไม่สับสนอย่างแน่นอนนะครับ สวัสดีครับ

 

 

ประวัติของภาพยนตร์

ผู้ที่คิดประดิษฐ์ ต้นแบบของภาพยนตร์ขึ้นคือ โทมัส แอลวา เอดิสัน (Thomas Alva Adison) และผู้ร่วมงานของเขาชื่อ วิลเลียม เคนเนดี้ ดิคสัน (William kenady dickson) เมื่อ พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกชื่อว่า “คิเนโตสโคป” (Kinetoscope) มีลักษณะเป็นตู้สูงประมาณ 4 ฟุต มักเรียกชื่อว่า “ถ้ำมอง” มีลักษณะการดูผ่านช่องเล็กๆ ดูได้ที่ละคน ภายในมีฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งถ่ายด้วยกล้องคิเนโตกราฟ (Kenetograph) ที่เอดิสันประดิษฐ์ขึ้นเอง ฟิล์มยาวประมาณ 50 ฟุต วางพาดไปมา เคลื่อนที่เป็นวงรอบ ผ่านช่องที่มีแว่นขยายกับหลอดไฟฟ้าด้วยความเร็ว 48 ภาพต่อวินาที ต่อมาลดลงเหลือ 16 ภาพต่อวินาที ต่อมาพี่น้องตระกูลลูมิแอร์ (Lumiere) ชาวฝรั่งเศสได้พัฒนาภาพยนตร์ถ้ำมองของเอดิสันให้สามารถฉายขึ้นจอขนาดใหญ่ และดูได้พร้อมกันหลายคน เรียกเครื่องฉายภาพยนตร์แบบนี้ว่า แบบ “ซีเนมาโตกราฟ” (Cinimatograph) ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 ต่อมาได้นำออกมาฉายตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2439 เป็นต้นมา ซึ่งคำว่า “ซีเนมา” (Cenema) ได้ใช้เรียกเกี่ยวกับภาพยนตร์มาถึงปัจจุบันภาพยนตร์ที่สามารถฉายภาพให้ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ ได้พัฒนาสมบูรณ์ขึ้นในอเมริกาในปี พ.ศ. 2438 โดยความร่วมมือระหว่างโทมัส อาแมท (Thomas Armat) ซีฟรานซิส เจนกินส์ (C. Francis Jenkins) และเอดิสัน เรียกเครื่องฉายภาพยนตร์ชนิดนี้ว่า ไบโอกราฟ (Bioghraph) ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นภาพยนตร์ได้แพร่หลายไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เกิดอุตสาหกรรมการผลิตจำหน่ายและบริการฉายภาพยนตร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งในประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศสและประเทศอเมริกา ภาพยนตร์ได้กลายเป็นสื่อถ่ายทอดเหตุการณ์ ศิลปการบันเทิงและวรรณกรรมต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางตลอดมา พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ซึ่งในครั้งนั้นได้มีช่างภาพของบริษัทลูมิแอร์ ประเทศฝรั่งเศส บันทึกภาพยนตร์การเสด็จถึงกรุงเบอร์นของพระเจ้ากรุงสยามไว้ 1 ม้วน ใช้เวลาประมาณ 1 นาที นับว่าเป็นการถ่ายภาพยนตร์ม้วนแรกของโลกที่บันทึกเกี่ยวกับชนชาติไทย ภาพยนตร์ในปัจจุบันมีการเผยแพร่อยู่ 4 ทางคือ ฉายตามโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์กลางแปลง และภาพยนตร์เร่ ถ่ายทอดลงแผ่น VCD, DVD และ Blu-ray Disc เผยแพร่ทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต

 

 

ผู้กำกับภาพยนตร์

สวัสดีวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวของภาพยนตร์กันนะครับ อีกหนึ่งทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องบอกเลยว่าสามารถเปลี่ยนจากคนหนึ่งให้ดังกลับข้ามคืนเลยทีเดียว นั้นคือ ผู้กำกับภาพยนตร์ คือผู้ที่มีหน้าที่กำกับในขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์ โดยผู้กำกับภาพยนตร์มีหน้าที่สร้างจินตนาการจากบทหนัง แล้วถ่ายทอดความคิดทางด้านศิลปะออกมาตามแบบที่ตนเองต้องการ และเป็นคนสั่งฝ่ายอื่น ๆ ในกองถ่าย อย่างเช่น ฝ่ายผู้กำกับภาพ ผู้กำกับการแสดง ฝ่ายเทคนิค นักแสดง ออกมาอยู่ในองค์ประกอบทางศิลป์ที่ตนเองต้องการบนแผ่นฟิล์มหรือในระบบดิจิตอล อย่างไรก็ดี ผู้กำกับภาพยนตร์อาจจะควบคุมทุกอย่างตามที่ตนคิดไว้ไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นภาพยนตร์ที่ฉายในโรง เพราะผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ จะเป็นคนกำหนดงบประมาณที่จะให้ผู้กำกับใช้จ่ายได้ หรือสั่งตัดต่อหนังในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเข้าโรงฉายหากหนังมีความยาวเกินไป หรือเพื่อดึงการจัดเรตหนังให้ต่ำลงมา หรือบางฉากอาจจะมีการเพิ่มโฆษณาเข้าไป ดังนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แปลกหากผู้กำกับจะมีปัญหาให้คุยกับผู้อำนวยการสร้างเสมอ ๆ แน่นอนว่าความรับผิดชอบของผู้กำกับนั้น บางคนมีอำนาจในการจ้างคนที่จะต้องร่วมงานด้วยบ่อย ๆ อย่างเช่น ฝ่ายกำกับภาพ ซาวเอ็นจิเนียร์ ฝ่ายจัดแสง ฝ่ายจัดหาโลเคชั่น ฝ่ายคอสตูม ฝ่ายสเปเชียลเอฟเฟกต์ โดยผู้อำนวยการสร้างจะไม่ลงมายุ่งในเรื่องพวกนี้ด้วยมากนัก หากผู้กำกับภาพยนตร์ยังใช้ทุนสร้างอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ  วิธีการกำกับ  วิธีการกำกับของผู้กำกับแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันเลย ซึ่งตรงจุดนี้เป็นเสน่ห์ของภาพยนตร์ เพราะผลงานที่ได้จะมีความหลากหลาย เนื่องจากศิลปะการกำกับหนังไม่มีทฤษฏีที่ตายตัว