IMAX การถ่ายทำภาพยนตร์ความละเอียดสูง

ในปัจจุบันมีภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่มีการฉายในโรงภาพยนตร์ IMAX ภาพยนตร์จอยักษ์ที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมจำนวนมาก ภาพยนตร์เหล่านี้มีการฉายกำจัดเฉพาะโรงภาพยนตร์เท่านั้น นั่นเพราะว่าโรงภาพยนตร์ IMAX นั้นแตกต่างจากโรงภาพยนตร์ทั่วไปเพราะว่าการฉายและจอภาพยนตร์มีขนาดใหญ่และมีความละเอียดสูงมาก แล้วทำไมหนังบางเรื่องต้องฉายใน IMAX แล้วภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วย IMAX แตกต่างอย่างไร

IMAX ย่อมาจากคำว่า Image MAXimum เป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกล้องถ่ายทำที่มีคุณภาพความละเอียดสูงมาก รวมถึงการฉายภาพยนตร์ที่มีจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ซึ่งแตกต่างจากจอภาพยนตร์ทั่วๆไปที่มีสัดส่วนที่ 1.85:1 โดยภาพยนตร์ของ IMAX ที่ฉายนั้นจะมีขนาดจอที่กว้าง 22 เมตร สูง 16.1 เมตร และฉายด้วยหลอดซีนอนขนาด 15 กิโลวัตต์ โรงภาพยนตร์แบบ IMAX กำเนิดขึ้นโดย บริษัท IMAX Corporation ประเทศแคนาดา โดยการฉายภาพยนตร์ที่มีความละเอียดสูงและจอขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่การฉายภาพยนตร์ IMAX นั้นเป็นแนวสารคดี ในปัจจุบันมีการใช้กล้องไอแม็กซ์ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ทั่วไป

กล้องภาพยนตร์ไอแม็กซ์นั้นเป็นกล้องที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 70 มม. ความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาที ขณะที่ภาพยนตร์ทั่วไปส่วนใหญ่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. เนื่องด้วยการถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์นั้นใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ฟิล์ม 70 มม. มีราคาแพง ซึ่งภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะมีการนำมารีมาสเตอร์จาก 35 มม. เป็น 70 มม. ในบางฉาก รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใช้กล้องไอแม็กซ์ในบางฉากเท่านั้น ซึ่งไม่ภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่ถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ทั้งเรื่องเช่น interstellar, transformers the last knight, avatar เป็นต้น

อัตราส่วนภาพในภาพยนตร์ที่ควรรู้

เทคโนโลยีภาพยนตร์ อัตราส่วนภาพ

เมื่อได้เปิดหนังดูในเครื่องเล่นดีวีดหรือบูลเรย์ หรือแม้กระทั่งชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เราจะสังเกตว่าความกว้างของจอภาพยนตร์นั้นมีอัตราส่วนที่แตกต่างกัน อัตราส่วนภาพนั้นคืออะไรมีความหมายอย่างไรและจำเป็นในการฉายภาพยนตร์อย่างไร

อัตราส่วนภาพ คือ ส่วนภาพบางส่วนของภาพยนตร์ที่ถูกครอปออกไปเพื่อให้สามารถรับชมได้ตามทีวี จอภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมในการรับชม อัตราส่วนภาพหรือในวงการภาพยนตร์เรียกกันว่า แอสเป็กเรโซของภาพ (Aspect Ratio) จุดเริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1930 โดย โทมัส เอดิสัน เป็นผู้คิดค้นอัตราส่วนภาพเพื่อใช้กับฟิล์ม 70 มม. ในยุคนั้นเมื่อวัดอัตราส่วนได้เป็นสัดส่วนคือ 4:3 นิยมใช้กันมากซึ่งเข้ากับโทรทัศน์ในยุคนั้นอัตราส่วน 4:3 มีการใช้มายาวนานถึง 35 ปี ซึ่งใช้ได้กับวัสดุเครื่องเล่นอย่าง วีดีโอ, วีซีดี เป็นต้น

ต่อมาวงการภาพยนตร์มีการถ่ายทำในอัตราส่วน 2.39:1เป็นอัตราส่วนใช้กับจอภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์ โดยการครอบส่วนภาพด้านล่างออกเมื่อชมในโทรทัศน์ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีขอบดำอยู่ด้านบนและด้านล่างของจอภาพ โดยการฉายในโรงนั้นเป็นอัตราส่วนนี้เนื่องจากจอภาพยนตร์มีลักษณะกว้าง ซึ่งโทรทัศน์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้อัตราส่วน 16:9 ซึ่งภาพยนตร์บางเรื่องถ่ายทำในอัตราส่วนนี้เมื่อนำมาชมบนโทรทัศน์จะเห็นเป็นภาพเต็มจอ แต่จะมีขอบดำนิดหน่อย ซึ่งภาพในอัตราส่วนนี้มีความละเอียดแบบ HD และ Full HD

ต่อมาโรงภาพยนตร์ IMAX มีจอภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่มากและถ่ายทำด้วยกล้องความละเอียดสูงในอัตราส่วน 1.85:1 ซึ่งจอจะมีความสูงกว่า จอภาพยนตร์ของโรงภาพยนตร์ทั่วไป ปัจจุบันส่วนมากภาพยนตร์ที่ฉายตามโรงภาพยนตร์จะฉายในระบบภาพ 2.39:1 ซึ่งเป็นจอกว้าง หรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเอง